Tag สุขภาพทั่วไป

ประโยชน์ของอาหารเช้า

หลายๆคนมักจะหลงลืมการทานอาหารเช้า หรือเป็นเพราะว่าในตอนเช้าเป็นเวลาที่เร่งรีบจากตื่นนอนเพื่อไปโรงเรียน ไปทำงาน ทำให้ไม่มีเวลาเตรียมอาหาร หรือแม้แต่จะซื้อทานข้างนอก อาหารมื้อเช้าของใครหลายๆคนถึงเป็นสิ่งที่ถูกมองข้ามไป อาจจะคิดว่าก็แค่อาหารมื้อเดียว มื้ออื่นๆก็ยังทานเหมือนเดิม แต่รู้หรือไม่ว่า อาหารเช้านั้นเป็นมื้ออาหารที่ไม่ควรงดเลย เพราะอาหารเช้าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุด ถ้าหากไม่ทานอาหารเช้าจะส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายในหลายๆด้าน การเริ่มต้นเช้าวันใหม่อย่างสดชื่นและเสริมสร้างสุขภาพที่ดี การทานอาหารเช้าจึงสำคัญก่อนเริ่มทำกิจกรรมในทุกๆวัน จึงมีความสำคัญของการทานอาหารเช้า 5 ประโยชน์ความสำคัญมาบอกต่อกันให้รู้

เสริมสร้างมีพลังงาน

ในตอนเช้าหลังการตื่นนอน ทุกคนมักจะมีอาการเหนื่อยล้า งัวเงีย รู้สึกไม่อยากตื่น แต่ก็ทำอย่างนั้นไม่ได้ เพราะในทุกๆวันเราจะต้องตื่นมาทำกิจกรรมประจำวัน ในตอนเช้าท้องจะว่างเนื่องจากว่าอาหารมื้อสุดท้ายที่ได้ทานนั้นคือก่อนนอน และมีระยะเวลาที่ห่างเมื่อคุณตื่นขึ้นมา การทานอาหารเช้าจึงสำคัญ เพื่อจะทำให้มีแรงที่จะสามารถนำไปไปใช้ทำกิจกรรมต่างๆ ตลอดวัน

เสริมสร้างความทรงจำ

บางคนเลือกจะทานอาหารมื้อเช้าเป็นกาแฟ แต่นั้นไม่เพียงพอต่อร่างกาย อาหารเช้าจึงเป็นสิ่งควรทานเพราะจะมีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย นั้นหมายความว่า สารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายเหล่านั้นจะนำไปช่วยบำรุงสมอง ช่วยทำให้มีความจำที่ดีขึ้น

เสริมสร้างระบบเผาผลาญที่ดี

การทานอาหารที่ดีอย่าทานมื้อใหญ่ๆมื้อเดียว แต่ควรแบ่งการทานออกเป็นหลายๆมื้อจะดีกว่า บางคนอาจจะแบ่งเป็น 3 มื้อต่อวัน หรือ 5 มื้อต่อวันก็ได้ แต่ที่สำคัญคือจะมีต้องทานอาหารเช้า การทานมื้อเช้าทุกวัน จะทำให้ระบบเผาผลาญในร่างกายถูกกระตุ้น ระบบการเผาผลาญจะมีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น และช่วยปัญหาในเรื่องของระบบขับถ่ายอีกด้วย

เสริมสร้างหุ่นที่ดี

ใครที่กำลังลดหุ่นกันอยู่ ควรรู้ไว้เลยว่า อาหารเช้า ห้ามงดเด็ดขาด เพราะถ้าไม่ทานอาหารเช้านั้นจะส่งผลเสียต่อการทานอาหารมื้อถัดๆไป จะทำให้ร่างกายหิวเร็ว การทานมื้อถัดไปจึงรู้สึกหิวมาก และทานอาหารมากกว่าเดิม หากคุณทานอาหารเช้า จะช่วยทำให้การทานอาหารมื้อกลางวันและมื้อเย็นได้น้อยลง

 

เสริมสร้างทางด้านอารมณ์ที่ดี

การทานอาหารเช้านอกจะทำให้ไม่หิวเร็ว หรือ มีแรงในการทำกิจกรรมประจำวันนั้น การทานอาหารเช้าที่มีสารอาหารจำพวกน้ำตาล ยังเสริมสร้างที่จะทำให้อารมณ์ดี ไม่หงุดหงิดง่าย และมีความสุขกับการกิจกรรมต่างๆ ที่ทำในทุกวัน

 

สนับสนุนโดย  หวยออนไลน์ขั้นต่ำ 1 บาท

ใครที่ควรจะล้างจมูกเป็นประจำ

   การล้างจมูกคือการที่เราฉีดน้ำเกลือที่มีความเข็มข้น 0.9 % เข้าไปในโพรงจมูกด้วยการนำกระบอกฉีดยาดูดน้ำเกลือแล้วฉีดเข้าไปเพื่อล้างเอาสิ่งสกปกติที่อยู่ในโพรงจมูกออกมา เช่นฝุ่นละออง และน้ำมูก เพื่อเป็นการเคลียร์ภายในโพรงจมูกให้โล่งไม่มีอะไรไปค้างอยู่ภายในทำให้หายใจได้สะดวกขึ้น เชื่อว่าหลายคนคงเคยเป็นไข้หวัดและเคยมีอาการที่น้ำมูกค้างอยู่ในโพรงของรูจมูกทำให้เราหายใจไม่ค่อยสะดวก

รู้สึกอึดอัดหายใจไม่ค่อยออก ซึ่งเมื่อมีอาการแบบนี้เกิดขึ้นทั้งเด็กและผู้ใหญ่เมื่อไปพบแพทย์ คุณหมอจะแนะนำให้เอาน้ำเกลือมาล้างในโพรงจมูกเพื่อที่น้ำเกลือจะได้ดันเอาน้ำมูกที่ทั้งเหนียวและข้นออกมาทำให้จมูกเรารู้สึกโล่งและสามารถหายใจได้คล่องขึ้น ซึ่งนอกจากคนที่เป็นไข้หวัดแล้วยังมีอีกหลายโรคที่คุณหมอจะแนะนำให้ล้างจมูกเพื่อเป็นการบรรเทาให้อาการของโรคดีขึ้น สามารถช่วยลดการรักษาด้วยการทานยาได้ด้วย เรามาดูกันว่ามีอาการของโรคไหนบ้างที่ควรจะใช้น้ำเกลือล้างจมูก

        กลุ่มคนที่ควรจะนำน้ำเกลือมาล้างจมูกเป็นประจำคือคนที่ไปโรคไข้หวัด  โรคไซนัส โรคภูมิแพ้ที่มักจะมีอาการโพรงจมูกอักเสบเป็นประจำ ไซนัส หรือคนที่เคยผ่านตัดจมูก และคนที่เป็นโรคริดสีดวงจมูก เพราะกลุ่มคนที่เป็นโรคเหล่านี้จะมีอาการคล้ายกันคือมีน้ำมูกหรือของเหลวไปขังอยู่ในโพรางจมูกซึ่งจะสร้างความรำคาญให้กับคนที่เป็นโรคเหล่านี้เพราะการหายใจจะค่อนข้างหายใจลำบากเนื่องจากอากาศจะไปติดตรงน้ำมูกเหล่านี้ทำให้ท่อจมูกตัน บางคนต้องหันมาใช้การหายใจทางปากแทน ซึ่งน้ำมูกที่ค้างหรือของเหลวที่ค้างอยู่ในโพรงจมูกนี้

หากเราไม่ขับออกมาจะกลายเป็นน้ำเน่า จะมีกลิ่นเหม็นโดยเราสามารถสังเกตคนที่เป็นโรคไซนัสได้ว่า คนที่เป็นโรคนี้มักจะมีปัญหาเกี่ยวกับการหายใจที่มีกลิ่นเหม็นเน่าออกมา นั่นก็เพราะในโพรงจมูกของเขาจะมีน้ำมูกค้างอยู่หากไม่เอาออกก็จะทำให้มีกลิ่นเหม็นเน่าขึ้นมาได้ ดังนั้นคุณหมอมักจะแนะนำให้มีการนำน้ำเกลือมาล้างจมูกเป็นประจำทั้งเช้าและเย็นเพื่อให้จมูกสะอาด และเพื่อขับเอาน้ำมูกที่อยู่ด้านในออกมาให้หมดเพื่อไม่ให้เกิดกลิ่นเหม็น และการที่เราล้างจมูกเป็นประจำจะทำให้อาการของโรคต่างๆดีขึ้น

ซึ่งจะมีผลการการที่คุณหมอสามารถให้เรางดยาบางตัว ไม่ต้องทานยาหลายตัวได้ และหากล้างจนน้ำมูกหมดก็อาจจะสามารถทำให้หายจากโรคดังกล่าวได้ 

 

สนับสนุนโดย  Kardinal stick รีวิว