Category สุขภาพเกี่ยวกับหู

การเกิดเสียงในหู เกิดได้จากอะไรบ้าง

หูเป็นอวัยวะสำคัญอีกหนึ่งอย่าที่เอาไว้ฟังเสียงต่าง ๆ ในชีวิตของคนเราและเมื่อมีเสียงรบกวนในหูหลายคนมักจะชะล่าใจอาจจะคิดว่าเดี๋ยวก็หายได้เอง จึงปล่อยไว้จนเกิดความรำคาญ และทุกข์ทรมาน ซึ่งอาจร้ายแรงมากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ ฉะนั้นเมื่อมีเสียงรบกวนในหูจนผิดสังเกต จะต้องพบแพทย์โดยเร็วที่สุดจะช่วยให้ทำการรักษาได้ทันท่วงทีและยังลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับหูได้อีกด้วย  และอาการของเสียงในหูนั้นมักจะได้ยินเสียงเหล่านี้เสียงพรึบพรับ, เสียงฮึมฮัม, เสียงดังคลิก, เสียงสะท้อน ,เสียงก้องในหู , เสียงหึ่ง ๆ ,เสียงตุ้บ ตุ้บ, เสียงฟู่ ตามจังหวะหัวใจหรือชีพจร, เสียงคล้ายเครื่องจักร,เสียงลม ,เสียงวี้ด ๆ และเสียงจิ้งหรีดร้อง

ซึ่งเสียงที่ดังรบกวนในหูของแต่ละคนก็จะแตกต่างกันไปตามระดับเสียง มีตั้งแต่เสียงที่ต่ำไปจนถึงที่เสียงสูง และสามารถเกิดขึ้นได้กับหูข้างเดียวหรือทั้งสองข้างก็ได้ และจะได้ยินเสียงชัดเจนที่สุดเมื่ออยู่ในสถานที่เงียบ ๆ ปัญหาของเสียงรบกวนในหูที่ชัดเจนคือส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันเพราะอาจจะทำให้การทำงานล่าช้าลงและจะเกิดอาการหงุดหงิดได้ หรือทำให้มีปัญหาสุขภาพด้านอื่น ๆ

เช่นปัญหาด้านสุขภาพจิต และปัญหาด้านสุขภาพหูตามมา เช่น หงุดหงิด อ่อนเพลีย เครียด วิตกกังวล มีปัญหาด้านความจำหรือการนอนหลับ เป็นต้น และอาการเหล่านี้จะหมดไปก็ต่อเมื่อผู้ป่วยที่มีลักษณะเช่นนี้ไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหูโดยตรง เพื่อให้คุณหมอวินิจฉัยโรคว่าเกิดจากอะไร มีอะไรอยู่ในหูหรือไม่ ที่ทำให้เกิดเสียงที่รบกวน

ถ้าหากแพทย์วินิจฉัยเจอว่ามีคืออะไรก็จะทำการรักษาได้อย่างถูกวิธีและถูกต้อง การรักษาก็จะได้ผลลัพธ์ที่ดี และตัวผู้ป่วยเองก็จะไม่เกิดอาการมีเสียงรบกวนในหูอีก แต่อย่างไรก็ตามการรักษาจะได้ผลที่สุดก็ต่อเมื่อผู้ป่วยทำตามที่แพทย์สั่งทุกอย่างอ อย่างเคร่งขัดและดูแลตนเองให้ดี ไม่ให้มีความเสี่ยงต่อการจะเป็นโรคที่เกี่ยวกับหู หรือโรคที่มีเสียงข้างในหู

เพราะถ้าหากยังละเลยไม่ใส่ใจ ไม่สังเกตุตนเองนั้นอาจจะส่งผลให้เกิดโรคได้ง่ายและอาจจะพบว่าเป็นโรคที่เกี่ยวกับหในระยะที่หูเกิดอาการที่รุนแรงเกินที่จะรักษาได้ และหากรุ่นแรงมากๆอาจจะทำให้เสียการได้ยินไปเลย ซึ่งจะส่งผลต่อการใช้ชีวิตเป็นอย่างมากและส่งผลต่อปัญหาสุขภาพจิตด้วย และอาจจะทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการทางจิตได้ด้วยเช่นกัน ฉะนั้นหากเกิดข้อสงสัยหรือเกิดอาการที่เกี่ยวกับหูต้องไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุด

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เครื่องช่วยฟัง

อันตรายไหม หากน้ำเข้าหู

          คุณเคยพบเจอกับอาการน้ำเข้าหูไหม เช่นไปว่ายน้ำแล้วน้ำเข้าหู หรืออาบน้ำจากฟักบัวที่บ้านก็ยังเจอปัญหาน้ำเข้าหู สำหรับอาการของน้ำเข้าหูคือ การที่น้ำเข้าไปอยู่ในรูหู แล้วทำให้หูของเรารู้สึกอื้อๆ ได้ยินเสียงไม่ชัดซึ่งจะเป็นการสร้างความรำคาญให้กับเราเป็นอย่างมาก เวลาจะเอาน้ำที่เข้าไปในหูออกจะทำด้วยการนำน้ำหยุดลงไปในหูเล็กน้อยหลังจากนั้นเอียงหูข้างที่มีน้ำข้างในลงรอสักพักน้ำข้างในหูก็จะไหลออกมา

โดยปกติแล้วน้ำเข้าหูไม่ถือว่าเป็นอันตรายเพราะเราสามารถนำออกได้ทันที

แต่หากเราปล่อยไว้แล้วน้ำไปรวมตัวกับขี้หูแล้วจับกันเป็นก้อนที่มีขนาดใหญ่ ขี้หูอาจจะไปบังรูในช่องหูจะมีผลต่อการได้ยินของเรา ทำให้เราได้ยินเสียงไม่ค่อยชัด และหากเกิดมีแรงกดดันภายในหู จะมีผลทำให้มีอาการปวดหูได้ และถ้าปวดหูแล้วยังไม่รีบรักษา จะกลายเป็นติดเชื้อในหู อาจส่งผลร้ายแรงต่อหูได้เช่นกัน ดังนั้นหากมีน้ำเข้าหูควรจะรีบเอาออก อย่าชะล่าใจเด็ดขาด อาจเสี่ยงที่จะต้องใช้ เครื่องช่วยฟัง ในอนาคตได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากน้ำเข้าหูในผู้ป่วยที่มีปัญหาในรูหูอยู่แล้ว ยิ่งต้องระวังมากเป็นพิเศษ วิธีการนำน้ำเข้าหูให้ไหลออกมาคือ

  1. เป็นการใช้หลักการแรงโน้มถ่วงของโลกโดยให้เอียงหูข้างที่น้ำเข้าหูลงให้ตรงมากที่สุด แล้วรอสักพักน้ำก็จะไหลออกมาเอง 
  2. ใช้น้ำยาหยอดหู สำหรับน้ำยาที่จะใช้มี 2 อย่างคือ ยาหยอดหูที่เป็นแอลกอฮอล์  โดยใช้หลักการระเหย แถมยังเป็นการป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียอีกด้วย เพียงแค่นำน้ำยามาหยดใส่ลงไปในรูหูประมาณสัก 3-4 หยุด ทิ้งไว้สักพักแล้วก็ตะแคงหูลงให้น้ำไหลออกมาเอง กับอีกแบบคือหยดด้วยไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 

อันนี้จะช่วยเรื่องขี้หูที่มีค้างอยู่ในหูให้ไหลตามออกมาได้อีกด้วย วิธีการก็คล้ายๆกันคือหยดไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ลงไปในรูหูสัก 3-4 หยดรอสักพักแล้วคอยตะแคงเอาน้ำออก ก็ใช้ได้แล้ว สำหรับน้ำยาหยดหูนี้สามารถหาซื้อได้ตามร้ายขายยาทั่วไปหรือจะไปซื้อที่โรงพยาบาลก็ได้

  แต่มีข้อควรระวังเอาไว้คือ กลุ่มคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคในช่องหู ไม่ควรจะใช้พวกน้ำยาหยอดหู ที่สำคัญอย่าเอาสำลีพันไม้มาแคะหูเด็ดขาด จะยิ่งทำให้หูเกิดการเป็นแผลและเกิดการอักเสบได้ สำหรับคนที่มีปัญหาในช่องหูอยู่แล้ว ควรไปพบแพทย์ให้รักษาให้