Category สุขภาพทั่วไป

อาการเกี่ยวกับการบ่งบอก โรคร้าย

อาการปวดหัว หรือว่าปวดศีรษะเป็นอาการที่เราพบได้บ่อยเป็นอย่างมากเพราะว่าการที่เราเป็นอย่างนี้มันสามารถที่จะบอกได้หลายอย่าง ว่าทำไมเราต้องมีอาการเกี่ยวกับการที่เราปวดหัวเพราะว่าอาการที่เราเป็นเป็นการที่ส่งผลทำให้เกิดเรื่องที่เกี่ยวกับการทำให้สุขภาพของเราเสียด้วยนั่นเอง  ดังนั้นการที่เราจะเป็นโรคต่างได้ก็เกิดจากการที่เราจะมีอาการเกี่ยวกับการปวดหัวนั่นเอง  และก็จะทำให้เป็นโรคที่เกิดขึ้นจากการที่ต้องล้มหมอนนอนเสื่อได้นั่นเอง  ดังนั้นอาการที่เราปวดหัวเราก็ควรที่จะไม่นิ่งนอนใจเพราะว่าอาการเหล่านี้จะอาจจะทำให้เราต้องเกิดเป็นโรคได้นั่นเอง  

       อาการปวดหัวหรือว่าโรคเครียด เป็นอาการที่เกี่ยวกับการที่เรารู้สึกว่าเราเครียดโดยที่เรามีอาการปวดที่บริเวณตรงกลางหน้าผาก และก็ขมับทั้งสองข้าง โดยที่เราปวดจะรู้ว่าอาการที่ปวดจะมาตรงที่ข้างหลังศีรษะและก็รวมไปถึงมีอาการปวดที่บ่า หรือว่าไหล่  เพราะว่าเวลาที่เราเครียดจะส่งสารบางอย่างที่ทำให้เกิดอาการหดตัวลง และก็มาบีบ ขมับ ศีรษะ บ่า ไหล่ นั่นเอง และดังนั้นเมื่อเราไม่อยากที่จะมีอาการปวดหัวที่เกิดจากความเครียดเราก็ไม่ควรที่จะคิดมากที่จะทำให้เกิดอาการปวด  หรือว่าจะเป็นการที่เรากินยาพาราเซตามอล เพื่อที่จะช่วยอาการปวดและอาการปวดก็จะผ่อนคลายลงได้นั่นเอง  

      อาการที่เราปวดขมับข้างเดียวโรคไมเกรน  อาการที่เรารู้สึกว่าเรามีอาการปวดที่ขมับข้างใดข้างหนึ่ง  หรือว่าเปลี่ยนกันปวด  และอาการที่เราปวดรู้สึกได้ว่ารามมาที่ดวงตาของเรานั่นเอง  และเราจะรู้สึกได้ถึงอาการที่ปวดตุ๊บๆนั่นเอง  และสำหรับบางคนก็มีอาการเกี่ยวกับการที่เรารู้สึกว่ามีอาการอาเจียนร่วมด้วย  นั่นคืออาการที่เราเป็นไมเกรนนั่นเอง และเมื่อเรารู้ตัวว่าเราเป็นไมเกรนเราก็ควรที่จะกินยาเป็นยาพราหรือว่ายาแก้ไมเกรนโดยเฉพาะนั่นเอง  หรือว่าเราจะกินยาไอบูเฟ่นเพื่อที่จะเป็นการกินเพื่อที่จะช่วยยับยั้งอาการที่เราปวดได้นั่นเอง  

    อาการที่เราปวดตรงกลางใบหน้า- ไซนัสอักเสบ  เป็นอาการที่เรารู้สึกว่าเราปวดตั้งแต่หน้าผากลงมาจนถึงโหนกแก้มทั้งสองข้างรวมมาถึงจนจมูก จนมาถึงหัวตา หรือว่าระหว่างคิ้วนั่นเอง  พร้อมกับมีอาการเกี่ยวกับหายใจติดขัด รวมไปถึงมีอาการเกี่ยวกับการที่จะเป็นไข้  หรือว่ามีน้ำมูกไหลจนเป็นสีเขียว และวิธีในการช่วยรักษา นั้นก็คือการที่เราเริ่มจากการล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ  หรือว่าจะเป็นพ่นยา แต่ถ้าเรามีอาการที่รู้สึกว่ามีอาการปวดที่รุนแรงเราก็ควรที่จะไปหาหมอเพื่อที่จะพบแพทย์

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  แนวทางหวยฮานอยวันนี้

การนอนพักผ่อนให้เพียงพอ  

ในการที่เราจะนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอเป็นเรื่องที่เราคิดว่าหลายคนอาจจะรู้ดีแต่ว่าไม่สามารถที่จะทำได้นั่นเองเพราะว่าเราต่างที่มีหน้าที่ในการทำงาน  หรือว่าหน้าที่แตกต่างกันออกไปเพราะว่าเรื่องของการที่เราจะพักผ่อนก็เลยเริ่มที่จะไม่ค่อยเท่ากันนั่นเอง  โดยในวันนี้เราจะยกตัวอย่างอย่างกับคนที่เราที่อยู่ในช่วงของวัยทำงาน  กับวัยนักเรียนมาให้ฟัง   

    ในวัยทำงานต้องตื่นแต่เช้าเพื่อที่จะไปทำงานและก็ต้องไปให้ทันเวลาดังนั้นเราจะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่ว่าคนที่อยู่ในช่วงของวัยทำงานจะทำอะไรในตอนเช้าเป็นเรื่องที่เร่งรีบเป็นอย่างมากเพราะว่าเรากลัวที่จะไปทำงานที่สายนั่นเอง  และเรื่องของการที่เราต้องทำงานเป็นการที่เราต้องนั่งอยู่กับโต๊ะตลอดเวลาก็เลยเป็นเรื่องที่เราไม่ค่อยที่จะได้ขยับอะไรมากมายเพราะว่าวันๆหนึ่งเราต้องนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะทำงานเป็นส่วนใหญ่และเมื่อวันไหนมีงานที่เราทำผิด  ด้วยแล้วยิ่งไม่ต้องคิดเลยเพราะว่าจะเป็นเรื่องของการที่เราจะทำแบบไม่ได้ขยับไปไหนเลยนั่นเอง 

จนถึงเวลาที่เราพักกลางวันนั่นเองง  และถึงเย็นเป็นเวลาที่เราต้องเลิกงานเราก็ต้องกลับมาทำงานบ้านอีก   แต่ถ้าใครที่มีครอบครัวก็ต้องจัดแบ่งเวลาเป็นเป็นอย่างดีเพราะว่าการที่เราต้องดูแลเรื่องของตัวเองด้วยแล้วเรายังต้องมาดูแลคนในครอบครัวอีก  เพราะว่าเป็นเรื่องที่เราต้องทำ  ดังนั้นคนที่อยู่ในช่วงของวัยทำงานก็เลยจะเป็นเรื่องของการที่ตื่นแต่เช้านอนดึกเพราะว่าเราต้อเอาเวลาจากที่เรากลับมาจากการทำงาน 

ต้องมาทำงานบ้านอย่างเช่นการที่เราต้องกวาดบ้านเตรียมอาหารเช้าเอาไว้ให้ครอบครัว  ไหนจะต้องเป็นเรื่องของการที่เราจะต้องซักผ้า  อย่างนี้ต้น ก็เลยทำให้ไม่ค่อยมีเวลาในการนอนสักเท่าไหร่  แต่ถ้าเราเกิดมีอาการที่เราต้องทำให้เครียดเราก็อาจจะทำให้เรานอนไม่หลับอีกด้วย   

      ส่วนตัวของเด็กนักเรียนเมื่อถึงเวลาที่ต้องตื่นไปเรียนก็ไป  ถึงเวลาที่เราต้องกลับบ้านเราก็ต้องมาทำการบ้านยิ่งวันไหนที่ครูสั่งการบ้านเยอะเราก็ต้องมีเรื่องที่ทำให้นอนดึกบ้างแต่ว่าด้วยเรื่องของการที่เราเป็นเด็กเราก็จะเฉยๆกับเรื่องนี้  แต่ว่าส่วนในเรื่องของคนที่อยู่วัยทำงานเมื่อถึงเวลาที่เราต้องนอนแต่ว่าในบ้างครั้งก็ไม่สามารถที่จะนอนได้เพราะว่าเราต้องทำหน้าที่ของเราให้เสร็จซะก่อนนั่นเอง

  ดังนั้นเรื่องของการที่เราควรที่จะพักผ่อนในแต่ละคนก็แต่งต่างกันออกไป  ดังนั้นในเรื่องของการที่เราพักผ่อนก็ควรที่จะเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างหนึ่งด้วยของร่างกาย 

 

สนับสนุนโดย  หวยออนไลน์

กินยาคุมอย่างถูกวิธี

การที่เรากินยาคุมอย่างถูกวิธีและเรากินอย่างถูกต้องก็จะไม่มีการตั้งท้องแน่นอน

เราเชื่อว่าในการที่เราเรียนมาหรือว่าการที่เราได้เห็นตามท้องทีวีหรือว่าเป็นเรื่องตามที่เราอ่านตามสื่อต่างๆนั้นก็จะบอกเกี่ยวกับเรื่องของการที่เราที่เรากินยาคุมกำเนิดเพราะว่าเป็นการที่เราจะป้องกันความเสี่ยงในเรื่องของการที่จะไม่ให้เกิดการที่เราต้องท้อง  และเมื่อในเวลาที่เรากินอย่างถูกต้องเพื่อที่จะได้มีประสิทธิ์ภาพในเรื่องของการที่เราจะหยุดในเรื่องของการตั้งครรภ์ นั่นเองซึ่งวันนี้เราจะบอกในเรื่องของการที่เราต้องกินยาคุมที่ถูกต้อง  

      โดยในเรื่องของยาคุมที่เราเห็นตามท้องตลาดทั่วไปก็จะเป็นยาคุยในเรื่องของการที่เรากินนั่นเอง  เพราะว่าเมื่อเรากินยาคุมก็จะแบ่งออกเป็นสองอย่าง  อย่างเช่น  21 เม็ด  และ 28 เม็ด  ในเรื่องของการที่เรากินส่วนใหญ่นั้นเราจะเห็นว่ากินในรูปแบบของการ 21 กันเพราะว่าเลือกทานง่าย  แต่ก็มีอีกกลุ่มในเรื่องของการที่จะเลือกทางแบบ 28เม็ดเพราะว่าเป็นกลุ่มที่จะคิดว่าไม่ต้องลืมในเรื่องของการกินนั่นเอง   เพราะว่าส่วนใหญ่เมื่อเวลาที่เรากินชนิด 21 เม็ดเราจะกินจนหมด แล้วหยุด 7 วันจากนั้นเราก็เริ่มในแผงใหม่นั่นเอง  แต่ว่าส่วนในเรื่องของ 28 เม็ดสามารถที่จะกินติดต่อกันโดยที่เราไม่ต้องหยุดกินเลยนั่นเอง  

      เมื่อเราคิดที่จะกินยาคุมเราต้องเริ่มที่จะกินตั้งแต่ วันที่ห้าของการมีประจำเดือน  หรือว่าก่อนหน้านั้นก็ได้อย่างเช่นภายในวันแรกถึงวันที่ห้านั่นเองซึ่งสามารถที่จะเลือกทานได้เลย  ว่าเราจะสะดวกในการกินวันไหนนั่นเอง  ให้เราเริ่มที่จะจำเอาอย่างนี้ให้กินวันที่แรกของการมีประจำเดือนเลยก็ได้เพราะว่าจะได้ไม่ลืมในการกินยาคุมนั่นเอง  ให้เราตั้งวันแรกของการมีประจำเดือนเป็นการกินยาคุม  

      การที่เรากินยาคุมก็คือว่าเป็นการที่เราต้องกินอย่างถูกต้องและเมื่อเรากินในช่วงเช้าเราก็ควรที่จะกินในเวลานั้นอย่างนั้นจนหมดแผงนั่นเองเพราะว่าจะได้เป็นเรื่องของการที่จะไม่ลืมในการกินยาคุมและก็เพื่อที่จะได้ประสิทธิ์ภาพในการกินยาด้วยนั่นเอง  ดังนั้นเรากินตอนหกโมงเช้าเราก็ควรที่จะเลือกกินในตอนหกโมงเช้าอย่างนี้เป็นต้น  

   ในเรื่องของผลข้างเคียงที่เราเชื่อว่าสาวๆหลายคนที่กำลังกลัวอยู่ก็คือการที่เรากินยาคุมแล้วเกิดอาการอาเจียน  คลื่นไส้  มีอาการของปวดหัว อย่างนี้เป็นในเรื่องของการที่เรากินยาคุมเราจะเป็นอยู่อย่างนี้ในช่วงแรกของการที่เรากินยาคุมแต่พอเมื่อเรากินไปสักระยะหนึ่งแล้วอาการเหล่านี้ก็จะหายออกไป แต่ถ้าเรากินแล้วยังคงมีอาการอย่างที่เราบอกไปเราก็ควรที่จะปรึกษาแพทย์เพื่อเป็นเรื่องของการตรวจเพื่อที่จะดูว่าเราเป็นอะไร  

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  แทงหวยหุ้นดาวโจนส์

สุขภาพที่ดีไม่มีขาย

สุขภาพดีๆไม่มีขายเป็นคำพูดที่ถูกต้องมากๆ เพราะถ้าหากอยากจะสุขภาพดี ก็ต้องรู้จักสร้างเอง เราจะต้องดูแลรักษาสุขภาพเอง และการดูแลสุขภาพนั้นมันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยมากๆ เช่นการกิน น้ำหนัก และอื่นๆอีกมากมาย การที่คนเราจะสุขภาพดีได้นั้นมันก็ขึ้นอยู่กับน้ำหนักที่พอดีด้วยกับตัวของตัวเองด้วย เช่นถ้าหากน้ำหนักมากเกินไปก็ไม่สามารถเรียกว่าสุขภาพดีได้

แต่อาจจะต้องเรียกว่าโรคอ้วนแทน แต่ถ้าหากเราอยากจะหุ่นดีนั้น เราจะต้องกินให้พอดี หรืออาจจะต้องเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายให้มากที่สุด หลีกเลี่ยงการกินของมัน ของทอด ของหวาน เพราะ ว่ามันจะทำให้เกิดไขมันสะสมทำให้เกิดเป็นโรคอ้วนได้ มาดูกันว่าอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพของคนเรามีอะไรบ้าง แต่จริงๆแล้ว สิ่งที่ร่างกายต้องการนั้นมันก็มีทั้ง ไขมัน โปรตีน แป้ง วิตามิน หรือจะเรียกว่า อาหารห้าหมู่ ก็ได้ แต่จะต้องกินในปริมาณที่พอเหมาะและพอดีถึงจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ถึงอาหารจะมีประโยชน์มากแค่ไหนก็กินในปริมาณที่มากจนเกินไปนั้นก็จะส่งผลเสียต่อร่างกายทั้งนั้น ซึ่งจะมีวิธีวัดว่าเราเป็นโรคอ้วนแล้วหรือยังโดยการวัดเส้นรอบเอว โดยที่ถ้าเป็นผู้ชายจะต้องมีเส้นรอบเอวไม่เกินเก้าสิบ เซนติเมตร  แต่ถ้าหากเป็นผู้หญิงเส้นรอบเอวจะต้องไม่เกินแปดสิบ เซนติเมตร ถ้าหากเกินไปจากนี้ก็จะถือว่าเป็นโรคอ้วน

ซึ่งเราไม่ควรปล่อยตัวเองให้มีน้ำหนักหรือรอบเอวที่มากจนเกินไป หรือปล่อยตัวเองให้เป็นโรคอ้วน เพราะถ้าหากเป็นโรคอ้วนนั้น สุขภาพของเราจะเสีย หรือสุขภาพร่างกายของเราจะไม่ดีนั้นเอง ซึ่งการที่เป็นโรคอ้วนนั้นมักจะมีโรคแทรกซ้อนมากมาย ฉะนั้นเราควรไม่ปล่อยให้มันเกิดขึ้น เพราะการดูแลรักษาสุขภาพของตนเองให้มีสุขภาพที่ดีนั้นเป็นเรื่องที่ดีมาก

แต่เราก็พอจะรู้อยู่แล้วว่าการรักษาสุขภาพนั้นเป็นเรื่องที่ค่อยข้างยาก และจะต้องอาศัยความสม่ำเสมอพอสมควร ซึ่งถ้าหากทำได้นั้นมันจะเป็นผลดีต่อร่างกายของเรามากๆ แต่ถ้าหากยังไม่สามารถทำได้ ก็ไม่ใช่เรื่องที่แปลก หรือไม่ใช่เรื่องที่เราไม่สามารถทำได้ สิ่งเหล่านี้เราสามารถทำได้ มันขึ้นอยู่ที่ใจเราว่าเราอยากจะทำหรือไม่อยากจะทำ

การที่มีสุขภาพดีปราศจากโรคภัยต่างๆนั้น ถือว่าเป็นสิ่งที่ทุกคนใฝ่ฝัน เพราะถ้าเราป่วยหรือมีสุขภาพที่ไม่ดีมันก็ส่งผลเสียให้ตัวเราและคนรอบๆข้างของเราให้เดือดร้อนไปด้วย ฉะนั้นเราทุกคนจะต้องหันมารักษาสุขภาพของตนเองให้สุขภาพดีอยู่เสมอๆนะคะ

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  แทงหวยออนไลน์

กินอย่างไรให้แข็งแรง

การมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงนั้นเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ แต่นอกจากการออกกำลังกาย การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอแล้ว การเลือกรับประทานอาหารนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งที่ช่วยในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายของเรานั้นมีสุขภาพที่ดีอยู่เสมอ เมื่อร่างกายแข็งแรงก็จะทำให้ไม่เจ็บไข้ได้ป่วยง่าย ห่างไกลจากโรคต่าง ๆ 

ข้าวโอ๊ต (Oat) และข้าวบาร์เลย์ (Barley) ข้าวทั้งสองชนิดนี้มีสารอาหารอยู่มาก และสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายอย่าง การเลือกรับประทานข้าวทั้งสองชนิดนี้แทนข้าวปกติที่เรารับประทานจะเป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่า โดยมีการทดลอง และเป็นที่ยอมรับแล้วว่า ผู้ที่รับประทานข้าวโอ๊ต และข้าวบาร์เลย์เป็นประจำ จะมีภูมิคุ้มกันของร่างกายที่แข็งแรงมากกว่าคนทั่วไป ข้าวทั้งสองชนิดนั้นสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายเมนู อาทิ เช่น ข้าวบาร์เลย์ผัดไข่ น้ำเต้าหู้ข้าวบาร์เลย์ โจ๊กข้าวโอ๊ต นมข้าวโอ๊ต เป็นต้น

โยเกิร์ต (Yogurt) โยเกิร์ตที่ดีต่อสุขภาพนั้นควรเป็นโยเกิร์ตที่มีไขมัน 0%  หรืออาจเป็นโยเกิร์ตที่มีส่วนผสมของธัญพืช ทั้งนี้การรับประทานโยเกิร์ตให้ได้ผลดีต่อสุขภาพร่างกายควรรับประทานวันละ 1 ถ้วย เพราะโยเกิร์ตนั้นจะสามารถช่วยในการปรับสมดุลของระบบการทำงานในกระเพาะอาหาร ลำไส้ และการขับถ่ายให้มีประสิทธิภาพ เมื่อมีการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายที่ดี สิ่งที่ตามมาก็จะทำให้สุขภาพร่างกายของเรานั้นแข็งแรงขึ้น ไม่เป็นโรคต่าง ๆได้ง่าย โดยโยเกิร์ตนั้นสามารถรับประทานแบบปกติเลยก็ได้ หรือจะนำมาประกอบอาหารก็สามารถทำได้หลายอย่าง อาทิ เช่น โยเกิร์ตปั่นสตรอว์เบอร์รี่ น้ำสลัดโยเกิร์ต โยเกิร์ตกับเมล็ดเจีย (Chia seed) เป็นต้น

กระเทียม (Garlic) เป็นสิ่งที่มีอยู่คู่บ้านในหลาย ๆคน เพราะเป็นสิ่งที่ช่วยทำให้อาหารของเรานั้นมีกลิ่นที่ชวนรับประทานมากยิ่งขึ้น แต่ผู้คนโดยส่วนใหญ่มักจะนำมาประกอบอาหารเพื่อให้มีกลิ่นที่ดี แต่ไม่นิยมรับประทานเพราะมีกลิ่นฉุน แต่ทั้งนี้กระเทียมนั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายอยู่มากมาย หากรับประทานกระเทียมสดในผู้ที่เป็นไข้หวัด ก็สามารถบรรเทาอาการลงได้ เป็นตำหรับยาสมุนไพรที่ใช้กันในอดีต และการรับประทานกระเทียมเป็นประจำยังช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งต่าง ๆได้อีกมากมาย โดยกระเทียมนั้นจะนิยมนำมาประกอบอาหารดังนี้ หมูผัดกระเทียมพริกไทย แกงจืดเต้าหู้หลอดโรยกระเทียมเจียว กุ้งทอดกระเทียม เป็นต้น

ส้ม (Orange) เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า ส้มเป็นผลไม้ที่มีวิตามิน C สูง โดยประโยชน์ที่สำคัญของวิตามิน C ก็คือ ช่วยทำให้ภูมิคุ้มกันภายในร่างกายแข็งแรงขึ้น ไม่ทำให้เป็นหวัดได้ง่าย และในส้มก็ยังมีใยอาหารสูงที่ช่วยในเรื่องของระบบการขับถ่าย ทั้งนี้การรับประทานส้มเป็นประจำยังช่วงทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งอีกด้วย ด้วยวิตามินมากมายที่มีประโยชน์ของส้ม ดังนั้นเพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงของเรา ผลไม้ที่ควรค่าแก่การเลือกรับประทานก็คือส้มนั่นเอง

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    แทงหวยลาว

ไอเดียการใช้ลำไยเพื่อสุขภาพ 

การที่เรานั้นกินลำไยไม่ใช่ว่าจะเป็นโรคเบาหวานเพราะว่ารสชาติของลำไยนั้นหวานแต่ว่าคุณนั้นรู้หรือไม่ว่าลำไยนั้นมีคุณประโยชน์อย่างมากเป็นได้ทั้งผลไม้ที่ช่วยคลายความอ่อนเพลีย กินเพื่อต้านการเป็นมะเร็ง ช่วยชะลอความแก่ หรือแม้กระทั่งการเป็นอัลไซเมอร์ได้อีก แหมสรรพคุณนั้นช่างเหลือหลายซะจริงๆดังนั้นเราไปดูสิว่าลำไยนั้นยังมีอะไรอีกบ้างที่เรานั้นยังไม่รู้ไปอ่านกันค่ะ 

  • รักษาแผล เมล็ดของลำไยนั้นมีสรรพคุณในการรักษาแผลสด แผลอักเสบ หรือว่าแผลที่เป็นหนองนั้นได้โดยการที่เรานำมาแกะเปลือกสีดำออกแล้วนำเนื้อในเมล็ดไปบดให้เป็นผงแล้วเอาพอกลงที่บาดแผลเพื่อที่จะหยุดการไหลเวียนของเลือดและลดอาการปวได้และทั้งนี้เรานั้นต้องระวังเรื่องการทำความสะอาดเพราะว่าแผลนั้นอาจจะติดเชื้อนั้นได้ หรือว่าเรานั้นอาจจะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สารสกัดจากเมล็ดลำไยใช้รักษาแผลหรือว่าห้ามเลือด 
  • ดีต่อระบบทางเดินปัสสาวะ  เมล็ดลำไยมีสรรพคุณขับปัสสาวะและสารพิษต่างๆได้ เพียงนำเมล็ดมาทุบและต้ม จากนั้นก็นำมาดื่มจะช่วยให้คุณปัสสาวะได้อย่างเป็นปกติและหมดปัญหาเรื่องการปัสสาวะขัดได้ด้วย
  • แก้โรคผิวหนัง การที่เรานั้นเอาเมล็ดลำไยสามารถนำมารักษาอาการกลากเกลื้อนและบรรเทาอาการคันที่เกิดจากโรคผิวหนังได้เพียงนำเมล็ดที่กะเทาะเปลือกสีดำออกแล้ว ไปฝนกับน้ำส้มสายชูแล้วนำไปทาบริเวณที่เรานั้นเป็น
  • รักษาโรคมาเลยเรีย ในปัจจุบันยังไม่มีการรายงานว่ารักษาโรคมาเลเรียได้ แต่เมื่อสมัยก่อนจะใช้ใบลำไยเป็นส่วนประกอบในการตำยารักษาไข้ หรือมาเลเรีย แต่จะไม่ใช้ใบลำไยเพียงอย่างเดียวในการรักษา 
  • ข้อควรระวังของลำไย  แม้ว่าลำไยจะเป็นผลไม้ที่มีรสชาติดีและเต็มไปด้วยสรรพคุณที่ดีต่อร่างกายหลายอย่างแต่ก็ใช่จะสามารถกินได้ครั้งละจำนานมากๆในมื้อเดียวเพราะว่าอาจจะทำให้เกิดอาการร้อนในเกิดแผลในช่องปากหรือว่าอาการตาแฉะเนื่องจากลำไยเป็นผลไม้ที่มีความร้อนต่อร่างกายซึ่งหลายคนที่ยังไม่ทราบว่าการที่เรานั้นกินมากๆนั้นอาจจะทำให้เรานั้นมีอาการเจ็บคอ ไอ มีเสมหะ หรือเกิดอาการอักเสบในทางเดินอาหาร อีกทั้งยังส่งผลร้ายต่อผู้ที่เป็นเหวานนั้นอีกด้วยอย่างที่เรานั้นรู้ว่าลำไยนั้นมีรสชาติที่หวานอย่างมากให้แคลอรี่สูง ดังนั้นผู้ที่ป่วยนั้นจำเป็นต้องหาทางหลีกเลี่ยงเพราะว่าจะให้ระดับของน้ำตาลนั้นสูงขึ้นและนอกจากนี้ยังมรอาการท้องผูกและท้องเสียอีกควรที่จะหลีกเลี่ยงการกินลำไยเหมือนกัน เพราะว่าอาจจะทำให้รุนแรงกว่าเดิม เมื่อรู้แบบนี้แล้วก็อย่ากินจนเพลินแล้วใส่ใจกับการกินนั้นด้วยไม่ว่าอย่างไรก้ตามการกินลำไยนั้นมีทั้งข้อดีข้อเสียดังนั้นเราก็ควรที่จะกินให้อย่างถูกวิธีและพอเหมาะเพียงเท่านี้ก็จะไม่มีโทษแล้ว

 

สนับสนุนโดย    ชุดตรวจ hiv gen4

ใครที่ควรจะล้างจมูกเป็นประจำ

   การล้างจมูกคือการที่เราฉีดน้ำเกลือที่มีความเข็มข้น 0.9 % เข้าไปในโพรงจมูกด้วยการนำกระบอกฉีดยาดูดน้ำเกลือแล้วฉีดเข้าไปเพื่อล้างเอาสิ่งสกปกติที่อยู่ในโพรงจมูกออกมา เช่นฝุ่นละออง และน้ำมูก เพื่อเป็นการเคลียร์ภายในโพรงจมูกให้โล่งไม่มีอะไรไปค้างอยู่ภายในทำให้หายใจได้สะดวกขึ้น เชื่อว่าหลายคนคงเคยเป็นไข้หวัดและเคยมีอาการที่น้ำมูกค้างอยู่ในโพรงของรูจมูกทำให้เราหายใจไม่ค่อยสะดวก

รู้สึกอึดอัดหายใจไม่ค่อยออก ซึ่งเมื่อมีอาการแบบนี้เกิดขึ้นทั้งเด็กและผู้ใหญ่เมื่อไปพบแพทย์ คุณหมอจะแนะนำให้เอาน้ำเกลือมาล้างในโพรงจมูกเพื่อที่น้ำเกลือจะได้ดันเอาน้ำมูกที่ทั้งเหนียวและข้นออกมาทำให้จมูกเรารู้สึกโล่งและสามารถหายใจได้คล่องขึ้น ซึ่งนอกจากคนที่เป็นไข้หวัดแล้วยังมีอีกหลายโรคที่คุณหมอจะแนะนำให้ล้างจมูกเพื่อเป็นการบรรเทาให้อาการของโรคดีขึ้น สามารถช่วยลดการรักษาด้วยการทานยาได้ด้วย เรามาดูกันว่ามีอาการของโรคไหนบ้างที่ควรจะใช้น้ำเกลือล้างจมูก

        กลุ่มคนที่ควรจะนำน้ำเกลือมาล้างจมูกเป็นประจำคือคนที่ไปโรคไข้หวัด  โรคไซนัส โรคภูมิแพ้ที่มักจะมีอาการโพรงจมูกอักเสบเป็นประจำ ไซนัส หรือคนที่เคยผ่านตัดจมูก และคนที่เป็นโรคริดสีดวงจมูก เพราะกลุ่มคนที่เป็นโรคเหล่านี้จะมีอาการคล้ายกันคือมีน้ำมูกหรือของเหลวไปขังอยู่ในโพรางจมูกซึ่งจะสร้างความรำคาญให้กับคนที่เป็นโรคเหล่านี้เพราะการหายใจจะค่อนข้างหายใจลำบากเนื่องจากอากาศจะไปติดตรงน้ำมูกเหล่านี้ทำให้ท่อจมูกตัน บางคนต้องหันมาใช้การหายใจทางปากแทน ซึ่งน้ำมูกที่ค้างหรือของเหลวที่ค้างอยู่ในโพรงจมูกนี้

หากเราไม่ขับออกมาจะกลายเป็นน้ำเน่า จะมีกลิ่นเหม็นโดยเราสามารถสังเกตคนที่เป็นโรคไซนัสได้ว่า คนที่เป็นโรคนี้มักจะมีปัญหาเกี่ยวกับการหายใจที่มีกลิ่นเหม็นเน่าออกมา นั่นก็เพราะในโพรงจมูกของเขาจะมีน้ำมูกค้างอยู่หากไม่เอาออกก็จะทำให้มีกลิ่นเหม็นเน่าขึ้นมาได้ ดังนั้นคุณหมอมักจะแนะนำให้มีการนำน้ำเกลือมาล้างจมูกเป็นประจำทั้งเช้าและเย็นเพื่อให้จมูกสะอาด และเพื่อขับเอาน้ำมูกที่อยู่ด้านในออกมาให้หมดเพื่อไม่ให้เกิดกลิ่นเหม็น และการที่เราล้างจมูกเป็นประจำจะทำให้อาการของโรคต่างๆดีขึ้น

ซึ่งจะมีผลการการที่คุณหมอสามารถให้เรางดยาบางตัว ไม่ต้องทานยาหลายตัวได้ และหากล้างจนน้ำมูกหมดก็อาจจะสามารถทำให้หายจากโรคดังกล่าวได้ 

 

สนับสนุนโดย  Kardinal stick รีวิว

โรคไข้หวัด

    โรคไข้หวัด มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัส

ซึ่งส่วนมากแล้วจะมีการติดต่อของโรคผ่านทางน้ำมูก การไอหรือจาม ยิ่งมีคนเยอะมากเท่าไหร่โรคนี้ก็จะแพร่ระบาดเร็วมากขึ้นเท่านั้น สถานที่ที่เรามักจะติดโรคไข้หวัดมาได้แก่ โรงเรียน โรงหนัง และตามห้างสรรพสินค้าหรือตามจุดที่อากาศไม่ค่อยถ่ายเท สำหรับโรคหวัดนั้นสามารถเป็นกันได้ทุกเพศ ทุกวันไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่  และยิ่งเฉพาะในเด็กและกลุ่มคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ก็จะมักจะเป็นโรคไข้หวัดได้มากกว่าคนกลุ่มอื่น

       สำหรับอาการของโรคไข้หวัดนั้น เราจะพบว่าจะมีอาการตัวร้อน มีไข้นิดๆ ปวดหัวนิดหน่อย และบางคนอาจจะมีอาการไอและจามเล็กน้อย แต่บางครั้งบางอาการก็อาจจะไม่เป็นก็ได้เช่น อาจจะมีการจาม มีน้ำมูกแต่ไม่มีไข้ก็ได้เช่นกัน ซึ่งรักษาอาการของโรคไข้หวัดนั้นไม่จำเป็นต้องทำอะไรมาก

ให้รักษาตามอาการได้เลยไม่จำเป็นต้องไปพบแพทย์ เพราะโดยปกติแล้วคนที่มีอาการของโรคไข้หวัดนั้นมักจะไม่ได้มีอาการหนักจนน่าเป็นห่วงและการรักษาก็ให้รักษาตามอาการเช่น หากปวดหัว ตัวร้อนก็หายามากินซึ่งเราสามารถหาซื้อยาแก้ไข้ได้ตามร้านขายยาทั่วไปเพียงเราแจ้งอาการที่เป็นให้กับทางเภสัชกร ทางร้านก็จะจัดยามาให้เราได้ตามที่เราต้องการซึ่งการรักษาอาการไข้หวัดที่ดีนั้นเพียงแค่เรานอนพักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำอุ่นมากๆ งดเว้นการกินน้ำเย็นหรือของเย็นไปก่อนในช่วงที่ไม่สบายรับรองไม่เกิน 3 วันอาการไข้ของคุณก็จะหายทันที

โดยที่เราไม่จำเป็นต้องเสียเงินไปหาหมอที่โรงพยาบาลให้รักษาเลยด้วยซ้ำ เพราะหากใครที่เคยไม่สบายด้วยอาการของไข้หวัดและเคยไปใช้บริการที่โรงพยาบาลจะเห็นได้ว่าเวลาที่ทางโรงพยาบาลจัดยาแก้ไขมาให้เราทานก็เป็นยาไทลินอล ธรรมดาที่เราก็สามารถหาซื้อกินได้ตามร้านขายยาทั่วไปนั่นเอง 

      ในช่วงที่เรามีอาการไข้หวัดนั้นแนะนำว่าควรจะต้องใช้หน้ากากอนามัยปิดปากจนกว่าจะหายดีเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไปให้กับคนอื่นๆในครอบครัว ส่วนการรับประทานอาหารอันที่จริงก็สามารถรับประทานอาหารพร้อมกันคนอื่นๆในครอบครัวได้เพียงแต่ต้องใช้ช้อนกลางในการตักอาหารเท่านั้นเอง 

สำหรับวิธีการดูแลไม่ให้เป็นไข้หวัดนั้น เราควรทำร่างกายให้แข็งแรงด้วยการออกกำลังกายสม่ำเสมอ หากออกไปกลางแจ้งควรพกร่มเผื่อว่ามีฝนตก หรือกางร่มเพื่อป้องกันแสงแดด ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบทั้งห้าหมู่และควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ที่สำคัญในช่วงนี้มลพิษทางอากาศมีเยอะควรใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ต้องออกจากบ้าน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ติดเชื้อ HIVหายได้ไหม

กินอิ่ม นอนหลับ อาการง่วงหลังจากทานอาหาร

กินอิ่ม นอนหลับ อาการง่วงหลังจากทานอาหาร
การตื่นมาปฏิบัติงานในเช้าตรู่นั้นยาก แต่ว่าวิธีการทำให้ตัวเราเองไม่ง่วงนอนภายหลังการกินข้าวนั้นยากมากกว่า เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดคำว่า “หนังท้องตึง หนังตาก็หย่อนยาน” จะแอบหลับในที่ทำงานก็อาจจะทำไม่ได้ เนื่องจากงานที่กองเป็นเทือกเขายังรออยู่มากมาย แถมบางทีอาจจะโดนนายจ้างต่อว่าต่อขาน บอบช้ำไปกว่านั้น หากผิดลดจำนวนเงินเดือน ก็อาจโดนไล่ออกแน่นอนอาการที่เกิดกวนประสาทคุณนี้เรียกว่า “ฟู้ดโคม่า” วันนี้จะพาทุกคนมารู้จักกับอาการนี้กัน

อาการง่วงงุนภายหลังจากการทานอาหาร (Food Coma) เป็นอย่างไร ?
อาการง่วงหงาวหาวนอนข้างหลังรับประทานอิ่ม ทางด้านการแพทย์เรียกอาการนี้ว่า ฟู้ดโคม่า (Food Coma) ในช่วงเวลาที่พวกเราทานอาหารในแต่ละมื้อที่มักประกอบไปด้วยคาร์โบไฮเดรต โปรตีน แล้วก็ไขมัน เมื่อผ่านระบบการย่อยของอาหารแล้วร่างกายจะพิจารณาน้ำตาลหรือเดกซ์โทรส ซึ่งสามารถซึมไปสู่กระแสโลหิตเอาไปใช้เป็นพลังงานสำหรับเพื่อการดำเนินชีวิตประจำ แม้กระนั้นก็ยังมีกรดอะมิโนประเภทหนึ่งมาจากของกินที่พวกเราทานเข้าไปเช่นกัน เรียกว่า ทริปโตเฟน (Tryptophan) ซึ่งสารนี้จะเข้าสู่สมองและก็ระบบประสาททำให้ลดความเคร่งเครียด รวมทั้งทำให้ท่านเกิดอาการง่วงได้

อิ่มกระทั่งรู้สึก ง่วงหงาวหาวนอน มีสาเหตุมาจากสาเหตุอะไร ?
อาการง่วงหงาวหาวนอนที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งกับคนที่ทำงานภายในออฟฟิศ ส่วนมากมีต้นเหตุจากการกระทำของการนอนหลับพักผ่อนน้อยจนเกินไป มีความตึงเครียดตื่นตระหนก ไม่บริหารร่างกาย แล้วก็กินอาหารที่ไม่เป็นประโยชน์ เว้นแต่ว่ายังมีสาเหตุอื่นอีกที่ทำให้ท่านเกิดดอาการอยากนอนระหว่างวัน

การกินอาหารที่มีส่วนประกอบของ ทริปโตเฟน (Tryptophan)
พบได้ทั่วไปในเนื้อสัตว์ และนมบางประเภทที่กินกันในชีวิตประจำวันที่ไม่สามารถหลบหลีกได้ด้วย ทริปโตเฟน (Tryptophan) จะเข้าสู่สมองและก็เพิ่มระดับเซโรโทนิน (Serotonin) ลดความสภาวะทางอารมณ์ ทำให้มีความรู้สึกบรรเทาให้ร่างกายจัดเตรียมสำหรับในการนอน

รู้จักกับโรคน้ำวุ้นในตาเสื่อมและจอประสาทตาหลุด

ด้วยยุคสมัยที่เราอยู่ในปัจจุบันกลายเป็นยุคดิจิทัล ไม่ว่าคุณจะทำกิจกรรมอะไรก็จะต้องใช้สายตาในการเพ่งจอซะส่วนใหญ่ ทำให้ดวงตาเรากำลังมีปัญหา การตรวจสุขภาพตาเป็นประจำทุกปีสามารถให้คำตอบได้ ดังนั้นการตรวจสุขภาพตาในทุกปีๆ จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะช่วยให้เราสามารถเดาทางดวงตาของเราได้ว่า กำลังจะสี่ยงเป็นโรคทางตาหรือไม่ หรือสามารถช่วยให้เราวางแผนในการรักษาและดูแลสุขภาพดวงตา วันนี้เราจะแนะนำให้ท่านรู้จักกับโรคทางตา 2 โรค ได้แก่ โรคน้ำวุ้นตาเสื่อม และโรคจอประสาทตาหลุด

1. โรคน้ำวุ้นในตาเสื่อม
โดยปกติของการทำงานของน้ำวุ้นในตา เมื่อเราอายุมากขึ้น น้ำวุ้นตาจะสลายกลายเป็นน้ำ โดยที่บางส่วนอาจจับตัวกันเป็นก้อน เมื่อไรที่เราลืมตาและแสดงส่องผ่านเข้ามาในตาจะกระทบกับก้อนตะกอนนั้นเกิดเป็นเงาสะท้อนในดวงตา ซึ่งทำให้เราเห็นคล้ายมีจุดขวางลูกตาอยู่ หรือคล้ายแมลงบินไปมา และมันสามารถขยับได้ตามการกลอกตาของเรา ซึ่งภาวะนี้ไม่อันตรายหากจอประสาทตาไม่ได้มีการฉีกขาดนั่นเอง แต่ถึงแม้จะไม่อันตราย แต่สร้างความรำคาญใจได้ จึงควรตรวจตาเพื่อหาดูว่ามีจอประสาทตาฉีกขาดเป็นรู หรือไม่ ซึ่งจะนำไปสู่การเกิดจอประสาทตาหลุดลอก

2. โรคจอประสาทตาหลุดลอก
เกิดขึ้นเมื่อจอประสาทตาหลุดลอกออกจากเนื้อเยื่อลูกตา จึงทำให้จอประสาทตาไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ต้องรีบทำการรักษาเพราะหากไม่รักษาโดยเร็วอาจส่งผลถึงขั้นร้ายแรง คือ สูยเสียการมองเห็น อาการนำของโรคนี้ ได้แก่อาการมองเห็นแสงฟ้าแลบคล้ายไฟแฟลชกล้องถ่ายรูป มีสิ่งบดบังในการมองเห็นมองเห็นเหมือนมีอะไรลอยไปมา มองเห็นเป็นจุดหรือใยแมงมุม การมองเห็นมีเงาคล้ายผ้าม่านมาปิด หรือเหมือนน้ำท่วมที่ค่อยๆ สูงขึ้น อาการของโรคจอประสาทตาหลุดออกมา จะทรุดลงเรื่อยๆ และเริ่มมองไม่ค่อยเห็นอย่างรวดเร็ว จึงจำเป็นที่จะต้องรักษาทันทีเมื่อรู้ว่ากำลังป่วยเป็นโรคทางตานี้