รู้จักไหม? HPV คืออะไร

รู้จักไหม? HPV คืออะไร

          สมัยก่อนวิทยาการด้านการแพทย์ ยังไม่ดีเท่าปัจจุบัน ยังไม่เคยมีใครรู้จักเชื้อ HPV มาก่อนว่าเป็นเชื้ออะไร เป็นแล้วมีอาการยังไง ติดต่อกันผ่านทางไหน แล้วเป็นโรคติดต่อหรือ หรือบางคนไม่เคยที่จะสนใจที่จะอยากรู้จักกับโรคเลยด้วยซ้ำ แต่ ณ ปัจจุบันเรามีสื่อโซเชียวเข้ามาช่วยกระจายให้ความรู้กับทุกคน นอกเหนือจากการหาอ่านตามหนังสือแล้ว ใน internet สามารถหาข้อมูลเหล่านี้ได้ง่ายๆ

เพื่อทำความเข้าใจโรคนี้ให้มากขึ้นและเพื่อหาแนวทางป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดโรคนี้ และถึงแม้ปัจจุบันจะมีคนเริ่มรู้จักเชื้อโรคชนิดนี้แล้ว แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ไม่รู้จักว่า HPV คืออะไร ใช่โรคเดียวกับ HIV หรือเปล่า คำตอบคือไม่ใช่เลย HPVกับ HIV มีความเหมือนกันแค่มันทั้งคู่เป็นเชื้อไวรัสที่ติดต่อได้ทางเพศสัมพันธ์เหมือนกัน แต่ HPV สามารถติดต่อได้หลายช่องทาง เช่นทางปาก ช่องคลอด ทวารหนัก หรือ การสัมผัสกับเชื้อโดยตรง  ถ้าหากเราเป็นโรค HPV จะทำให้เราเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งปากมดลูก, มะเร็งปากช่องคลอด, มะเร็งองคชาติ, มะเร็งทวารหนักและมะเร็งคอหอย เป็นต้น

          ปัจจุบันไวรัสชนิดนี้มีมากว่า 150 สายพันธุ์แต่ มีเพียง15 สายพันธุ์เท่านั้น  ที่เป็นตัวการทำให้เกิดโรคมะเร็งปากมดลูก และ 70 % ของมะเร็งปากมดลูกก็เกิดจากชนิดที่ 16 กับ18  ซึ่งเป็นชนิดที่อันตรายร้ายแรงที่สุด การติดเชื้อไวรัสชนิดนี้นอกจากจะติดต่อทางเพศสัมพันธ์แล้วการสัมผัสกันทางผิวหนังก็สามารถติดต่อกันได้เช่นกัน  ปกติแล้วถ้าคนเรามีเชื้อเอสพีวี ในร่างกาย จะสามารถหายไปเองได้ภายใน 1 ปี

โดยไม่ต้องทำอะไรแต่ถ้ามีเชื้อนาน 10 -15 ปีแล้วยังไม่หายแสดงว่าเป็นสายพันธุ์ที่อาจทำให้เกิดโรคมะเร็งปากมดลูกได้ ต้องรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจหาเชื้อทันที เราไม่สามารถตรวจสอบได้ด้วยตัวเองว่าเรามีเชื้อ HPV หรือไม่ต้องให้แพทย์เป็นคนตรวจเท่านั้นซึ่งถ้ามีการ เช่น มีตกขาวมากและมีกลิ่นเหม็นเน่าหรือมีเลือดออกที่ช่องคลอดต้องรีบไปพบแพทย์ทันที ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันไวรัส HPV ได้แล้วแต่มีข้อควรระวังคือห้ามฉีดให้กับผู้หญิงที่ตั้งครรภ์        ก่อนที่เราจะไปโรงพยาบาลเพื่อทำการรับการวัคซีนเพื่อป้องกันเชื้อ HPV 

          HPV Vaccine มี 2 ชนิดคือ ชนิดที่สามารถป้องกันไวรัส HPV สายพันธุ์ที่ 6 , 11 , 16 , 18 กับอีกชนิดป้องกันเฉพาะสายพันธุ์ 16, 18   วัคซีนชนิดนี้สามารถฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9 ปีขึ้นไปโดยถ้าเด็กอายุ 9-14 ปี  ฉีดแค่ 2 เข็มโดยเว้นระยะห่างระหว่างเข็มแรกและเข็มที่สองประมาณ6 เดือน แต่ถ้าอายุ 15 ปีขึ้นไปจะต้องฉีดให้ครบ 3 เข็ม ถ้ามีการฉีดเข็มแรกแล้วแพ้ ไม่ควรฉีดเข็มที่ 2 กับ 3 ต่อ และสำหรับคนที่เป็นภูมิแพ้สารประเภท ยีสต์และสารเสริมฤทธิ์ไม่ควรฉีดวัคซีนชนิดนี้ ดังนั้นก่อนรับการฉีดวัคซีนควรปรึกษาแพทย์ก่อน

 

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยฮานอย

admin

Comments are closed.